Portrait Series : "Kai bu lia kou - Can't tell her" –
Director’s Commentary
.

.
.
Portrait series :
Preview
Part 1
Part 2 ending
.
Sections
1. Introduction to Portrait Series
2. Inspirations & Concepts
3. A full story
4. Co-Photographer, Cast, Location, Theme song
.
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของภาพในอัลบั้มนี้ไปใช้ในสื่อใดๆโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.
1. Introduction to Portrait Series
พอตเทรตซีรี่ส์ เป็นวิธีการนำเสนอเรื่องราวสั้นๆเรื่องหนึ่ง ผ่านชุดภาพชุดหนึ่ง และ เพลงประกอบภาพ ซึ่งอาจมีคำบรรยายประกอบด้วยหรือไม่ก็ได้ โดยพอตเทรตซีรี่ส์ที่มีประสิทธิภาพนั้น จะสามารถสื่อเรื่องราวได้ชัดเจนดังที่ผู้กำกับตั้งใจเอาไว้ ให้ผู้ชมสามารถเข้าใจตรงกันได้ เปรียบเหมือนการได้รับชมหนังสั้นเรื่องหนึ่ง
.
พอตเทรตซีรี่ส์ มีข้อจำกัดต่างจากหนังสั้นตรงที่ผู้แสดงไม่สามารถกล่าวบทออกมาได้ ดังนั้นการสื่อสารให้ผู้ชมเข้าใจจึงต้องผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพ โดยในภาพหนึ่งนั้นต้องมีองค์ประกอบภาพ จังหวะท่าทางของผู้แสดง มุมกล้อง ที่ทดแทนบทพูดได้ ดังคำกล่าวที่ว่า "ภาพหนึ่งภาพทดแทนคำได้เป็นร้อยคำ"
.
พอตเทรตซีรี่ส์ ต่างจากสตอรี่บอร์ดในแง่ของ ภาพทุกภาพในชุดภาพนั้น มีความสมบูรณ์ในตนเองในฐานะภาพพอตเทรตภาพหนึ่ง ซึ่งสวยงามสมบูรณ์ในแง่องค์ประกอบทางศิลปะเมื่อแสดงเดี่ยวๆ และเมื่อนำภาพมาร้อยเรียงเป็นชุดแล้ว ยังทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความต่อเนื่อง กลมกลืน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของแต่ละภาพเดี่ยวที่นำมารวมกันอีกด้วย โดยเมื่อร่วมรับชมพร้อมเพลงประกอบจะยิ่งเกิดความรู้สึกอินไปกับเนื้อหา
.
พอตเทรตซีรี่ส์ เรื่องหนึ่งนั้น จำเป็นต้องมีการวางแผนพอสมควร โดยเริ่มจากการคิดโครงเรื่องสั้นและตัวละคร การหานักแสดงที่เหมาะสมกับบทตัวละคร การหาสถานที่ถ่ายทำและช่วงเวลาถ่ายทำ การหาเพลงประกอบเรื่อง การหาทีมงานถ่ายทำ และ การเก็บรายละเอียดเช่นการโปรเซสภาพ กลยุทธ์การนำเสนอเรื่อง ซึ่งจะกล่าวต่อไป
.
2. Inspirations & Concepts
.
เรื่อง "Kai bu lia kou - Can't tell her"นี้ ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เพื่อนที่คณะผมที่เป็นนางเอกของเรื่องนี้ เธอชื่อส้มโอ เธออยากถ่ายรูปชุดหมวยจีนกับแฟนหนุ่มของเธอนามว่าปิง โดยตอนแรกนี้ผมเสนอว่าอยากไปถ่ายนอก กทม. เลย เช่น ไปที่โรงแรม Let’s Sea ที่หัวหิน ไปเช่าม้า แล้วให้ปิงแต่งชุดขาวๆ ส้มโอแต่งชุดแนวพริ้วๆฟองๆ แบบรูปฮันนีมูนแต่งงาน (ฮา) แต่ปรากฏว่าไม่สะดวกในการเดินทาง และ ปิงก็ต้องเร่งทำโปรเจค เลยลดเสกลลงมาเหลือเป็นถ่ายที่เยาวราชละกัน แต่เนื่องจากผมถ่ายรูปแนวพอตเทรตมาเยอะมากจนเอียนแนวถ่ายปกติ เช่น หน้าชัดหลังเบลอ หน้าขาวอมชมพู หลังเบลอเขียวต้นไม้ - -" ผมเลยขยับมาถ่ายแนวแฟชั่น ที่ต้องมีคอนเซปท์ มีคอสตูมจริงจัง มีโลเกชั่นเข้ากับคอสตูม ซึ่งจะเห็นได้ประปรายในเวบผมเช่น พอตเทรตคู่รักสวนรถไฟ Bank+Fye จนในที่สุดได้เจอวิธีการนำเสนอแนวใหม่ของพอตเทรต ซึ่งพี่นิกิมากิ ( Niki@Maki ) ชวนให้ลองเข้ามาศึกษาแนวทาง และ แนะนำวิธีการถ่ายทำเบื้องต้นให้ผมลองทำดู ผมจึงสนใจและอยากลองพัฒนาตนเองกับวิธีการถ่ายแบบใหม่ๆนี้
.
ทำไมต้องเป็นธีมจีนๆ เป็นเยาวราชด้วย คงต้องตอบว่าเพราะส้มโอและปิงบังคับ ฮ่าๆ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของคอสตูมและบทเนื้อเรื่อง ผมเป็นคนคิดบทเอง จึงผูกเรื่องราวให้มีการขมวดปม มีจุดไคลแมกซ์ การคลายปม และ บทสรุปของเนื้อเรื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่าสัปดาห์ก่อนจะถ่ายนั้น เป็นสัปดาห์แห่งการเคลียร์รายงานจริงๆ ทำให้ผมมีเวลาคิดบทละเอียดแค่คืนเดียวก่อนจะถ่ายทำ เพียงแต่ตอนนั้นกำหนดคอสตูมและบทคร่าวๆเอาไว้แล้วล่วงหน้า ว่าคอนเซปท์ของเรื่องจะว่าด้วยการลาจาก โดยมีพี่กริตยิ้มแย้ม เป็นผู้ช่วยคิดรายละเอียด
.
ผมเลือกถ่ายทำตอนเช้าครู่ก่อนสิบโมง เพราะอยากได้แสงอ่อนๆยามเช้า และ ถ่ายทำอีกทีตอนเย็นเพื่อรอแสงยามเย็นและฟ้าก่อนพระอาทิตย์ตก ซึ่ง ยามเช้าเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ พระอาทิตย์ตกสื่อถึงการจากลา
เพลงประกอบของเรื่องนี้เป็นเพลงของ Jay Chou ซึ่งกล่าวถึงความรักที่ไม่สามารถเอ่ยปากบอกเธอไป จนในที่สุดทำได้เพียงแค่เก็บมันไว้กับใจ และ เฝ้ามองเธอกับอีกคนหนึ่งที่เคียงข้างเธอ ซึ่งไม่ใช่เขาผู้รักเธอสุดหัวใจ เพลงประกอบเรื่องนี้นั้นผมมาเลือกหาทีหลังจากถ่ายทำเสร็จแล้ว ทำให้การหาเพลงที่ใช่ทำได้ยากทีเดียว เพราะต้องหาเพลงที่สอดคล้องกับเรื่องราวที่มีทั้งตอนเริ่มต้นเจอกัน ตอนที่ขมวดปมให้ลึกลับ ตอนที่ต่อสู้กัน ตอนที่เรื่องราวคลี่คลาย และ ตอนจบที่ต้องจากกัน ซึ่งตอนแรกผมจะเลือกใช้เพลงOST ของ The Pirates of the Caribbean ชื่อเพลง Singapore แต่เพลงนั้นมันตื่นเต้นอลังการออเครสต้าเกินไป สุดท้ายเลยมาลงที่เพลงนี้ ซึ่งตอนนั้นจริงๆไม่รู้หรอกว่าเนื้อหามันว่าอะไรบ้าง รู้แต่ว่าชอบที่มันมีเสียงเครื่องบิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการเดินทาง สื่อถึงพระเอกที่เป็นชาวต่างชาติ
จนกระทั่งไปหาความหมายเนื้อหาของเพลงนี้มา จึงตกหลุมรักเพลงนี้ที่เนื้อหาช่างตรงใจอย่างแรงกับพอตเทรตซีรี่ส์เรื่องนี้ของผม จึงเลือกเพลงนี้ทันที ซึ่งเพลงจะกล่าวถึงบทสรุปในตอนท้ายของเรื่อง
.
3. A full story
.
เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์สมมุติที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน ชื่อตัวละคร สถานที่ เหตุการณ์ ธรรมเนียมต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งสมมุติของผู้เขียนทั้งสิ้น ไม่สามารถอ้างอิงใดๆ ได้
.

.
เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นจาก นักธุรกิจหนุ่มชาวฮ่องกง นามว่า เฉิน เหยียน ปิง ได้รับจดหมายคำสั่งจากบิดา ให้บินมาตามหาสิ่งมีค่าสำคัญประจำตระกูล ซึ่งอยู่ที่เมืองไทย ซึ่งก็เป็นการเดินทางครั้งแรกของเขา ทำให้เช้าวันนั้น ปิง ได้เดินทางมาถึงเยาวราชในที่สุด แต่ด้วยความที่ต่างถิ่น และ ไม่รู้จักเส้นทาง ทำให้เขาหลงทางที่บริเวณปากทางเข้าชุมชนจีนที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้
.

.
ปิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรศัพท์ติดต่อขอข้อมูลจากท่านพ่อ แต่ก็ดูเหมือนว่าสัญญาณโทรศัพท์นั้นติดขัด ทำให้ปิงได้แต่นั่งรอการตอบกลับจากท่านพ่อ แต่แล้วทันใดนั้น สตรีนางหนึ่งในชุดจีนก็ปรากฏกายขึ้น เธอดูออกว่า ปิง เป็นคนที่หลงทางและต้องการความช่วยเหลือ จึงยิ้มและเดินรี่กายเข้ามาหา
.

.
.
.
สตรีนางนี้คือส้มโอ เธอเกิดและเติบโตในชุมชนจีนแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันเธอทำงานเป็นฑูตวัฒนธรรมประจำชุมชน มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมชุมชนแห่งนี้ ซึ่งเช้าวันนี้เธอกำลังเดินทะลุผ่านปากทางเข้าไปสู่สำนักงานของเธอ และ ได้พบกับชายผู้นี้ด้วยความบั
.งเอิญ

.
ปิงมองดูสตรีนางนี้ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัยที่เธอผู้นี้เข้ามาทักทายด้วยภาษาจีนสำเนียงแปร่ง แต่แล้วก็เข้าใจและรับรู้ได้ทันทีถึงมิตรภาพและน้ำใจที่เธอผู้นี้พยายามสอบถามและช่วยเขาดูจดหมายของบิดา ที่บอกเพียงชื่อซอยของศาลเจ้าที่เก็บสิ่งสำคัญของตระกูลไว้
.

.
ส้มโอเองแม้ว่าจะไม่มั่นใจในชื่อของซอยในจดหมายนั้นก็ตาม ทั้งที่เธอทำงานและเติบโตในชุมชมนี้ก็ตาม เพราะชุมชนแห่งนี้เกิดขึ้นมานานหลายร้อยปี ซึ่งสถานที่เดียวกันหลายๆแห่งนั้น อาจมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันตามกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนไป หรือบางครั้งป้ายชื่อสถานที่ก็หลุดลอกเสื่อมหายไปการใช้งาน ทำให้ไม่มีชื่อเรียกบ้างก็มี เธอจึงอาสาช่วยชายผู้นี้ โดยนำทางเขาไปยังสถานที่ต่างๆที่คาดว่าน่าจะเป็นศาลเจ้าที่เขาตามหา
.

.
แล้วทั้งสองก็ได้เริ่มต้นรู้จักกัน พูดคุยทักทายสนิทสนมกัน ในระหว่างที่ทั้งสองเดินสำรวจสถานที่ต่างๆนั้น ปรากฏสายตาบุรุษผู้หนึ่งจับจ้องสอดส่องพฤติกรรมของทั้งคู่อยู่มิได้ขาด ชายผู้นั้นคือนิก เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่ครั้งยังเด็กของส้มโอ ทั้งสองเติบโตมาด้วยกันในชุมชนแห่งนี้ และ กล่าวได้ว่า เมื่อเห็นส้มโอที่ใด ย่อมเห็นนิกที่นั่น ซึ่งก็ไม่ยกเว้นครั้งนี้เช่นกัน เพียงแต่ในครั้งนี้ นิกกลับเลือกที่จะไม่ปรากฏกายให้ส้มโอเห็น แต่กลับเลือกสะกดรอยทั้งสองไปด้วยความเป็นห่วงส้มโอ ที่มักมองโลกในแง่ดีและใจอ่อนมีน้ำใจกับคนแปลกหน้า จนหลายครั้งที่นิกต้องคอยเตือนคอยดูแลอยู่มิได้ขาด
.

.
หากส้มโอสังเกตได้ จะพบว่าสายตาของปิงนั้น พิเศษเกินกว่าสายตาที่นักท่องเที่ยวปกติพึงมีต่อไกด์ ตั้งแต่เมื่อครู่ที่ข้ามถนน ที่ปิงกลับเดินอ้อมมาอยู่เบื้องซ้ายของส้มโอ และบอกเธอว่า สุภาพบุรุษฮ่องกงย่อมเดินข้างที่รถวิ่งเข้ามายามที่พาสตรีข้ามถนน เพื่อคอยดูรถและยอมเจ็บก่อนหากรถเข้ามาชน
.

.
ทั้งสองมาถึงศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ที่มีรายชื่อบรรพบุรุษของชุมชนแห่งนี้ พร้อมสถานที่ตั้งของที่พักอาศัยประจำตระกูล ซึ่งนิกเองได้สะกดรอยตามมาอยู่ห่างๆ พลางทำทีดื่มน้ำกำบังกายอยู่เบื้องหลัง ขณะที่ปิงและส้มโอพูดคุยกันถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนแห่งนี้ และ ค้นหารายชื่อไปพลาง จนในที่สุดจึงพบรายชื่อหนึ่งที่น่าจะเกี่ยวข้องกับจดหมายนี้ จึงเดินทางออกจากศาลเจ้า ลัดเลาะไปตามถนนใหญ่ ซึ่งนิกเองก็ยิ่งสงสัยและเพิ่มความกังวลใจยิ่งขึ้น สะกดรอยตามไปทันที
.

.
.
ส้มโอนำทางปิงมาถึงศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณสำนักงานพอดี จึงกล่าวลากับปิงว่าต้องทำงานก่อนแล้ว ให้เขาไปลองสอบถามดู แล้วเดี๋ยวเธอจะตามเข้าไปตอนบ่ายๆ ทั้งสองจึงล่ำรากัน
.
.
ปิงเทียบตัวอักษรรายชื่อในจดหมาย เป็นชื่อเดียวกับศาลเจ้าแห่งนี้ ต่างกันที่ตัวเขียนที่ใช้อักษรโบราณ แต่อ่านได้เป็นชื่อเดียวกัน จึงเดินเข้าไปสอบถาม ไม่นานนักนิกจึงตามเข้าไปหา และ ด้วยความโมโหจึงเดินเข้าไปหาและชี้หน้าตะโกนเรียกปิงเพื่อถามว่าเขาเป็นใคร คิดจะทำอะไรส้มโอ
.

.
ปิงไม่พอใจที่มีชายแปลกหน้ามาแสดงกริยาหยาบคายใส่เช่นนี้ จึงตอบอย่างยียวนไป ทำให้นิกไม่พอใจเดินเข้าไปหาและถามซ้ำอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้ก็ไม่น่าพอใจ ส่งผลให้ทั้งสองเกิดการต่อสู้กัน
.

.

.
ถ้าพูดถึงพละกำลังแล้ว นิกมีความได้เปรียบมากกว่านัก จากที่เขาเป็นพนักงานร้านขายส่งน้ำแข็งในตึกข้างสำนักงานส้มโอ ทำให้ต้องยกลังน้ำแข็งทุกวัน ในที่สุดนิกผลักปิงลงนอนกับพื้นอย่างแรง ปิงล้มลง และ บอกว่า เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแค่ต้องการมาหาสมบัติสำคัญประจำตระกูล โดยมีจดหมายจากบิดาจากฮ่องกงเป็นหลักฐานยืนยัน ซึ่งจดหมายนั้นก็ปลิวตกอยู่เบื้องหน้านิกนี่เอง
.

.
นิกก้มลงค่อยๆหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน โดยยังคงมองหน้าปิง และ ทิ้งระยะห่างไม่ให้ปิงเล่นกลโกงลุกขึ้นมาโจมตีเขาได้อีก ซึ่งในที่สุดนิกจึงเข้าใจว่าปิงพูดความจริง และ จึงกล่าวขอโทษ แล้วช่วยฉุดรั้งปิงขึ้นมายืน ทั้งสองจับมือแสดงมิตรภาพต่อกัน
.

.

.
ปิงกล่าวอย่างติดตลกว่า ลูกผู้ชายมีภาษาสากลคือหมัดเนี่ยแหล่ะ ถึงจะคุยกันรู้เรื่อง และสอบถามว่านิกรู้หรือไม่ว่าสมบัติเขาเก็บไว้ที่ไหนในศาลเจ้าแห่งนี้ พร้อมกับยื่นจดหมายให้นิกอ่านอีกครั้งหนึ่ง
.

.
เนื้อความในจดหมายนั้นเล่าถึงชาติกำเนิดของปิง ซึ่งบิดาเป็นชาวฮ่องกง ได้พบรักกับสาวจีนแห่งแผ่นดินสยาม แต่ด้วยปัญหาบางอย่างทำให้บิดาต้องเดินทางกลับฮ่องกงเพื่อไปจัดการธุรกิจนั้นแล้วแต่งงานกับสาวฮ่องกง ตั้งรกรากที่นั่น และ ทิ้งให้สาวคนรักชาวไทยได้แต่เฝ้ารอคอยอยู่ ณ ชุมชนแห่งนี้ จนในที่สุดเธอได้จากไป และ ทิ้งเอกสารสำคัญเอาไว้ เธอบอกต่อบิดาเขาให้รับเอกสารนี้ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเธอและรักที่เคยมีด้วยกัน
.
นิกได้อ่านจดหมายนี้ จึงบอกปิงว่าเขาเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าแห่งนี้เองแหล่ะ และก็เคยได้ยินหัวหน้าเขาฝากฝังไว้ว่า หญิงคนนั้นทิ้งเอกสารสำคัญเอาไว้ที่โต๊ะ ซึ่งรอให้ผู้มีสิทธิ์ได้ครอบครองมันมาปรากฏตัวและเรียกหา ซึ่งปิงก็คือชายผู้นั้นที่สมควรได้รับสิ่งสำคัญที่หญิงผู้นั้นฝากฝังไว้
.

.

.
นิกเดินไปยังโต๊ะและหยิบเอกสารในซองหนึ่งส่งให้กับเขา เป็นเวลาเดียวกับที่ส้มโอตามเข้ามาเจอพอดี เธอจึงประหลาดใจที่ทั้งสองมารู้จักกันได้อย่างไร ซึ่งหลังจากได้แนะนำให้รู้จักกัน ทำความรู้จักพูดคุยกัน ทั้งสามก็คุยกันสนุกสนานออกรสชาติ จนเวลาล่วงเลยผ่านไปนาน ถึงเวลาที่ปิงจะต้องกลับไปขึ้นเครื่องบินกลับฮ่องกงเสียแล้ว
.

.
ระหว่างปิงและส้มโอนั้น แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ทั้งสองได้รู้จักกัน เดินทางร่วมกันสั้นๆ แต่มันก็ยาวนานพอที่จะก่อเกิดความรู้สึกลึกซึ้งในความสัมพันธ์ของบุคคลทั้งสอง ทั้งสองมองตากันและกันด้วยความอาลัย ในขณะที่นิกซึ่งไม่เคยเล่าเรื่องตำนานของบิดาปิงให้ส้มโอฟังนั้น ก็อดคิดไม่ได้ว่า เรื่องราวช่างเหมือนเมื่อครั้งในอดีต ที่ในที่สุดแล้ว ชายหนุ่มต้องเดินทางจากไปแดนไกล และ ทิ้งให้หญิงสาวต้องจมอยู่กับความประทับใจอยู่เบื้องหลัง
.

.
ทันใดนั้นปิงจึงเอื้อมมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมายื่นให้ส้มโอ ปิงยิ้มและบอกเธอว่า เขายังไม่ได้สอนเธออีกเรื่องว่าสุภาพบุรุษฮ่องกงนั้น จะมอบโคมแดงที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญแด่มิตรที่มีน้ำใจงาม เพื่อเป็นที่ระลึกและให้เกียรติแด่มิตรผู้นั้น โดยธรรมเนียมปฏิบัติคือ ผู้ที่รับโคมนี้ไว้จะต้องให้เกียรติเดินทางไปเป็นแขกเยี่ยมเยียนผู้ให้โคมเพื่อส่งมอบโคมคืน เพราะผู้มอบโคมให้นี้ ให้ความไว้วางใจว่าผู้รับฝากจะปกป้องรักษาจนนำโคมมาคืนให้และจะกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง ในที่สุด เป็นดั่งตัวแทนของคำสัญญาระหว่างสองคน
.

.
ส้มโอรับโคมนี้ไว้และรับปากว่าจะปฏิบัติตามธรรมเนียมปฏิบัติ โดยทั้งสองแลกที่อยู่ สถานที่ติดต่อกัน และในที่สุด เวลาแห่งการลาจากก็มาถึง ปิงอำลาส้มโอและนิก พร้อมกับเดินจากออกไปจากศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อนำเอกสารสำคัญที่เขาก็ไม่รู้ว่าคืออะไร กลับคืนสู่บิดาเขาดังที่ได้รับมอบหมายหน้าที่
.

.
ใช่แล้ว... คำว่าหน้าที่ ย่อมต้องขึ้นกับคำว่า รับผิดชอบ และ ไม่ขึ้นกับคำว่า หัวใจ ปิงบอกตนเองในทุกขณะที่เขาย่างเท้าแต่ละก้าวห่างออกไปไกลจากศาลเจ้า ไกลจากสำนักงานของส้มโอ จากถนนสายหลัก จากศาลเจ้าแห่งแรก จากประตูทางเข้าชุมชน จากเมืองไทย ซึ่งเขารู้ดีว่า สิ่งที่เขารู้สึกนั้นเป็นความประทับใจเมื่อแรกพบ เป็นเพียงสิ่งลวงตา แต่ความรักก็ไม่มีเหตุผล และ ออกแบบไม่ได้ มิใช่หรือ?ปิงเลือกที่จะไม่บอกส้มโอว่ารู้สึกอย่างไรต่อเธอ เขาไม่อาจบอกเธอได้ว่าที่แท้จริงแล้วธรรมเนียมของโคมนั้นมิได้มอบให้มิตรทั่วไป แต่ต้องเป็นหญิงสาวที่ผู้ให้นั้นรัก เพียงเพราะตอนที่ได้คุยกับนิกนั้น ปิงก็สังเกตได้ว่านิกรู้สึกเช่นไรกับส้มโอ และ ความรู้สึกนั้นจริงจังแค่ไหน และ ความรู้สึกดีๆของนิกที่ไม่เคยบอกส้มโอ คงไม่มีความหมายหากว่าเขาคือผู้แรกที่จะบอกส้มโอให้ได้รับรู้ถึงคำว่ารัก เขาจึงได้เพียงแต่มองเธออยู่ไกลๆ
.
.
ส้มโอรู้ดีว่านิกรู้สึกเช่นใดกับตน เพียงแต่เธอและเขาเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัยและเป็นได้ดีสุดในสถานะของมิตรสหาย แม้ว่าเธอจะซาบซึ้งใจและรู้สึกขอบคุณในทุกๆสิ่งที่นิกได้ทำให้ ในทุกความห่วงใย ในทุกๆโอกาสที่ครบรอบวันสำคัญของเธอก็ตาม แต่สำหรับเธอแล้ว สถานะที่พิเศษหนึ่ง ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อเขา ซึ่งกับปิงเองนั้น เธอรับรู้ได้ตั้งแต่แรกพบ แม้จะต่างชนชาติกัน แต่ด้วยสัมผัสแห่งใจว่าปิงคือคนที่ใช่ ทั้งที่เธอก็รู้ดีว่า การมอบโคมให้เธอก็ไม่อาจเป็นหลักประกันว่าเธอและเขาจะได้สานต่อความสัมพันธ์ไปสู่สิ่งที่เธอหวัง ซึ่งในท้ายที่สุดต่างคนอาจต่างไม่ใส่ใจและลืมเลือนเรื่องราวของวันนี้ไปในที่สุดตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป แต่อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยได้มีรอยยิ้ม ได้สัมผัส ได้รับรู้ความรู้สึกเวลาที่เราได้รักใครซักคนหนึ่งที่ตามหามานานเป็นเช่นไร ก็คุ้มค่าที่ได้รู้จักกันแล้วมิใช่หรือ?
.
.
นิกเองเติบโตขึ้นมาพร้อมกับส้มโอ ผ่านวันเวลาที่ดีและร้ายมาด้วยกัน เขาเรียนรู้ในที่สุดว่าความพยายามทุ่มเทไม่ได้ช่วยอะไร แต่กระนั้น เขายินดี และเป็นสุข ที่ได้ทำสิ่งต่างๆเพื่อเธอผู้นี้ ในเวลาที่เธอต้องการไหล่ระบายความทุกข์ เขาพร้อมจะเป็นพี่ชายให้กำลังใจ ในเวลาที่เธออยากเที่ยวเล่นพักผ่อน เขาพร้อมจะเป็นเพื่อนเดินเคียงข้าง ในเวลาที่เธออยากแกล้งซน เขาพร้อมจะเป็นน้องชายคอยรับเคราะห์ นิกพอใจที่จะเก็บความรู้สึกของตนเองไว้ว่า ในบางครั้งในฐานะที่เขาก็คือมนุษย์ผู้หนึ่งซึ่งมีความรู้สึก ก็ย่อมมีน้อยใจ มีท้อแท้บ้างในบางครั้งบางเวลา แต่เขาก็คงเชื่อมั่นว่า ตราบใดที่ยังมีรักนั้นย่อมมีหวัง อย่างน้อยเขาก็ยินดีที่จะคอยดูแล เป็นกำลังใจ เคียงข้างเธอไป ตลอดชั่วอายุชีวิตที่เขาและเธอมีอยู่
.
.
สุดท้ายแล้ว เรื่องราวเรื่องนี้จะมีตอนต่อไป หรือ จะจบ ณ ตอนนี้ เป็นเรื่องของอนาคตสุดแล้วแต่ บุคคลทั้งสามคน ต่างสถานที่ ต่างชนชาติ จะลิขิตทางเดินให้มาบรรจบหรือแยกจากกันอย่างไร เพียงแต่แก่นแท้ของเรื่องนี้นั้นคือ ความรักที่ไม่อาจเอ่ยปากบอกไปได้ ไม่ว่าด้วยเพราะเหตุผลในใจ หรือการจำยอมต่อข้อจำกัดใด หาก คำว่ารัก คำง่ายๆ คำนี้ ไม่บอกออกไปให้คนที่เรารักได้รับรู้แล้ว โอกาสที่จะได้เอ่ยคำนี้อีกครั้ง อาจไม่มีครั้งที่สองอีกต่อไป ก็เป็นได้
.
- แด่ ความประทับใจ ความอดทน และ ความเข้าใจ -
.

.
4. Co-Photographer, Cast, Location, Theme song
Photographer & Story : Vorrasit Siwawej - EncodeO
Co-Photographer & Co-Story : Krid Chokkijchai - Kridyimyam
Actors & Actress :
Nig - Pattaradit Bovonsupakitkul
Ping - Thammanart Tuntisiriwit
Som-O - Thanita Denkaew
Location : Yao Wa Raj - The China Town, Thailand.
OST : Kai Bu Lia Kou - Jay Chou
.
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ไม่อนุญาตให้นำส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของภาพในอัลบั้มนี้ไปใช้ในสื่อใดๆโดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.
開不了口 | Kai Bu Liao Kou | Can’t tell her
.
.
曲: 周杰倫
Qu: Zhou Jie Lun
Music: Jay Chou
词: 徐若瑄
Ci: Xu Ruo Xuan
Lyrics: Vivian Hsu
Translation: wackycashew - http://www.jay-chou.net/
才離開沒多久就開始 擔心今天的妳過得好不好
cai li kai mei duo jiu jiu kai shi dan xin jin tian de ni guo de hao bu hao
I’ve only left for a short while and already started to worry about how you’re doing today
整個畫面是妳 想妳想的睡不著
zheng ge hua mian shi ni xiang ni xiang de shui bu zhao
My mind’s filled with you, as I think about you I can’t fall asleep
嘴嘟嘟那可愛的模樣 還有在妳身上香香的味道
zui du du na ke ai de mo yang hai you zai ni shen shang xiang xiang de wei dao
Your cute expression when you pout, and also the fragrance on your body
我的快樂是妳 想妳想的都會笑
wo de kuai le shi ni xiang ni xiang de dou hui xiao
My happiness is you, as I think about you I always smile
Chorus 1
沒有妳在我有多難熬
mei you ni zai wo you duo nan ao
When you’re not here, it’s so hard for me to bear
(沒有妳在我有多難熬多煩惱)
(mei you ni zai wo you duo nan ao duo fan nao)
(When you’re not here, it’s so hard for me to bear, so troubled)
沒有妳煩我有多煩惱
mei you ni fan wo you duo fan nao
When I don’t have you to think about, I am so troubled
(沒有妳煩我有多煩惱多難熬)
(mei you ni fan wo you duo fan nao duo nan ao)
(When I don’t have you to think about, I am so troubled, so hard for me to bear)
穿過雲層